นิตยสารชีวิตต้องสู้
"นิตยสารชีวิตต้องสู้" โดยบริษัท ไลฟ์ นิวส์ จำกัด จัดประกวด "Thai Super Junior Award 2013"
ขอเชิญร่วมให้กำลังใจผู้เข้าประกวดรอบชิงชนะเลิศ
ในวันเสาร์ที่ 21 ธันนวาคม พ.ศ.2556
ณ ห้องคอนเวนชั่น ฮอลล์ สถาบันจัยจุฬาภรณ์
ถนนกำแพงเพชร 6 แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร

ชีวิตใสวัยทีน 

สมัคร ยกเลิก
 
 ศิลปวัฒนธรรม เขียนโดย นเรนทราทิตย์
ประเพณีแห่พระบฏ
780 ปี ศรัทธาที่ไม่เสื่อมคลาย
  
        ผ้าพระบฏ คือ อะไร ?  ตามนิยามความหมาย ผ้าพระบฏของไทย หมายถึง ผ้าผืนสี่เหลี่ยมขนาดยาว  หรือขนาดย่อมที่เขียนภาพพระพุทธเจ้า พุทธประวัติ หรือทศชาติชาดก ตลอดจนข้อคติธรรมคำสอน สำหรับห้อยแขวนเป็นพุทธบูชา มีขนาดแตกต่างตามคติและความนิยม โดยนิยมเขียนเป็นภาพพระพุทธเจ้าพระองค์เดียว หรือขนาบข้างด้วยพระอัครสาวก เล่าเรื่องพุทธประวัติ จนกระทั่งเรื่องราวอื่น ๆ เช่น พระมาลัย ชาดกทศชาติ พระเวสสันดรชาดก พระเจดีย์จุฬามณี และข้อคติธรรมต่าง ๆ เพื่อการสักการะ ประดับ ตกแต่งและประกอบการถ่ายทอดสอนสั่ง เผยแผ่พระศาสนาจนกระทั่งเป็นการสืบทอดและอุทิศส่วนกุศลสร้างผลบุญ ซึ่งพบมีหลักฐานการทำในประเทศไทยตั้งแต่ครั้งแผ่นดินกรุงสุโขทัยจนตลอดสมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์นั้น ปัจจุบันลดถอยบทบาทลง ดังเช่นในภาคเหนือที่กำลังกลายเป็นเพียงเครื่องประดับตกแต่งและบูชาในฐานะธง และตุงต่าง ๆ ขณะที่ในภูมิภาคอื่นก็เหลืออยู่เพียงในบางประเพณีพิธีกรรมเท่านั้น เ่ช่น งานบุญผะเหวด หนึ่งในฮีตสิบสองของภาคอีสาน   งานบุญเทศน์มหาชาติของภาคกลาง รวมถึงงานบุญแห่ผ้าขึ้นธาตุของเมืองนครศรีธรรมราชที่ภาคใต้
ผ้าพระบฏ เป็นหนึ่งในเครื่องบูชาพระพุทธเจ้าของชาวพุทธทั่่่่วโลกมาเนิ่นนาน ตั้งแต่สมัยพุทธกาลในอินเดียที่มีตำนานการเขียนภาพว่า พระเจ้าอชาตศัตรูทูลขอพระพุทธฉาย จากพระพุทธเจ้าเพื่อสักการะบูชาแทนพระองค์ และพระพุทธองค์ได้ประทานพระพุทธฉายประทับบนผืนผ้าผืนหนึ่งพร้อมการระบายด้วยสีต่าง ๆ ให้ จนสืบต่อการทำภาพบนผืนผ้าอย่างกว้างขวางถึงประเทศทิเบต จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี ที่ยังนิยมการเขียนภาพพระพุทธเจ้าและอื่น ๆ บนผืนผ้า เฉพาะในทิเบตทุกวันนี้ ผ้าพระบฏที่เรียกว่า “ถังกา”( Thangkha) ได้แพร่หลายไปทั่วทั้งโลกโดยเฉพาะภาพกาลจักร หรือ Wheel of Life  หรือปฏิจจสมุปบาท แสดงถึงพระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้และสั่งสอน
สำหรับในภูมิภาคอื่น ๆ ของประเทศไทย พบหลักฐานการทำและบูชาผ้าพระบฏอยู่ทั่วไปในหลากหลายรูปแบบ ชื่อเรียก รวมถึงประเพณีที่เกี่ยวเนื่อง ได้แก่ ผ้าพระบฏในงานบุญเทศน์มหาชาติ ที่นิยมทำเป็นผ้าพระบฏแสดงภาพในพระเวสสันดรชาดก ทั้ง 13 กัณฑ์ ผ้าผะเหวด ในงานบุญผเหวด หรือ พระเวส หรือเทศน์มหาชาติของภาคอีสาน และ ตุงพระบฏล้านนา ที่มีความหลากหลายมากที่สุดจากหลากหลายวัสดุวิธีการและรูปร่าง มีชื่อเรียกต่าง ๆ กันเช่น ตุงข้าวเปลือก ตุงข้าวสาร ตุงดิน ตุงทราย ตุงค่าติง ตุงไชย ตุงเปิ้ง (ประจำปีเกิด) ตุงช่อ หรือตุงร้อยแปด ตุงช่อช้าง ตุงราว ตุงช่อนำทาน ตุงตะขาบ ตุงจระเข้  ตุงสิบสอบราศี ตุงรูปคน ตุงสามหาง ตุงใย ตุงกระด้าง ตุงตอง ตุงเงินตุงคำ ตุงเหล็ก ฯลฯ ซึ่งโดยรวมแล้วถือเป็นเครื่องพุทธบูชา สร้างกุศลให้ตนเองตลอดจนอุทิศส่วนกุศลแก่ผู้อื่น รวมทั้งประกอบในการสื่อสารธรรมมะ การเฉลิมฉลอง และพิธีกรรม ต่าง ๆ จนถึงขั้นสุด คือ ความมุ่งหมายได้บรรลุถึง ซึ่งนิพพานหรือได้พบพระศรีอาริยเมตไตรย ดังที่มักนิยมเขียนกำกับไว้ว่า “...นิพานปัจโยโหตุ ขอให้พบพระอาริยเมตรัย ...ขอให้สำเร็จนิพพานเทอญ...ขอให้เข้านิพานพระปัจโยโหตุ...”
จากการศึกษารูปแบบผ้าพระบฏทั้งของไทย และต่างประเทศ มีเค้าแบบผ้าพระบฏตามรูปทรงด้วยกันทั้งสิ้น 4 แบบ คือ
 1.ผ้าพระบฏ”ผืนผ้า” ขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าสำหรับห้อยแขวนและม้วนเก็บได้ ถือเป็นแบบที่นิยมกันอย่างแพร่หลายที่สุด เช่น ผ้าพระบฏบุญเทศน์มหาชาติ บุญพระเวสสันดร ตลอดจนผ้าพระบฏพุทธประวัติต่าง ๆ ของไทย และผ้าพระบฏของจีน ญี่ปุ่นและเกาหลีที่นิยมทำเป็นรูปพระพุทธเจ้าอมิตาภะ พระโพธิสัตว์ ครูบาอาจารย์ ตลอดจนทิวทัศน์สถานที่และข้อธรรมต่าง ๆ ผ้าพระบฏแบบนี้มีการพัฒนาเป็นพิเศษที่ทิเบต เนปาลและประเทศแถบเทือกหิมาลัย ด้วยการเย็บกรอบด้วยแพรไหมพร้อมสายแขวน และแผ่นปกเรียกว่า “ถังกา”
2.ผ้าพระบฏผืนยาว ที่นำผ้าทั้งผับมาคลี่ทำผ้าพระบฏโดยอาจมีการต่อกันได้ไม่รู้จบ และอาจมีการวาดภาพลงบนผืนผ้ามากน้อยตามกำลังศรัทธา ในประเทศไทยเหลือร่องรอยเพียง 2 แบบ ได้แก่ผ้าบุญผะเหวด หรือพระเวสสันดร ของภาคอีสานที่นิยมเขียนภาพเรื่องพระเวสสันดรต่อกันเป็นแนวยาวกับผ้าพระบฏเมืองนครที่นิยมเขียนภาพพุทธประวัติเป็นช่อง ๆ หรือไม่ก็เพียงผืนผ้าพื้นสีขาว เหลืองหรือแดง
3.ผ้าพระบฏตุง คล้ายผ้าพระบฏผืนผ้า แต่เป็นแถบแคบและยาว ใช้ห้อยแขวนประดับบูชาหรือประกอบขบวนแห่แหน ปัจจุบันนี้มีการพัฒนาการเป็น”ตุง”หลากหลายรูปแบบและมีชื่อเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ
4.ผ้าพระบฏธงราว ลักษณะคล้ายธงราวประดับตกแต่งทั่วไป โดยมีการให้ความหมายด้วยการพิมพ์ภาพสิ่งเคารพและคาถากำกับไว้เป็นเสมือน”ธงมนตรา” ที่คอยโบกพัดพุทธมนต์ให้ผู้คนที่ผ่านไปมาทั่วทั้งดินแดน ในดินแดนเขตหิมาลัยผ้าพระบฏธงราวนี้มีบทบาทสูงมากนิยมขึงแขวนทั่วทั้งดินแดน โดยเฉพาะบริเวณสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ เช่น พระเจดีย์ วิหาร ช่องเขา ฯลฯ โดยจะมีพิธีเก็บผืนเก่าแขวนผืนใหม่พร้อม ๆ กันในวันปีใหม่เหมือนการผลัดเปลี่ยนใบและดอกของต้นไ้ม้พร้อมกันทั่วทั้งแผ่นดิน
สรุปแล้วพระบฏ คือการบูชาพระพุทธเจ้า ที่ยิ่งกว่าอามิสบูชา ใช้เป็นเครื่องเตือนหรือที่ตั้งแห่งสติและปัญญาให้มั่น ระลึกและน้อมนำหลักธรรมคำสอนของพระศาสนามาถือปฏิบัติในชีวิตอย่างเนืองนิตย์ ก็จะช่วยให้เป็นการปฏิบัติบูชาดังที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญว่า ยิ่งกว่า “อามิสบูชา” ผู้ปฏิบัติเท่่านั้นที่จะเห็นได้และรับผลบุญได้ด้วยตัวเอง.
 


 

 

นิตยสารชีวิตต้องสู้
สนับสนุน...คนสู้ชีวิต
ก้าวสู่ปีที่ 22
นิตยสารชีวิตต้องสู้
ฉบับที่ 666
ประจำเดือนธันวาคม 2556
********************
5 อันดับแรก
ผู้ได้รับคะแนนโหวตสูงสุด
วันที่ 28 ต.ค.-10 พ.ย.2556
1
2
3
4
5